Monthly Archives: พฤศจิกายน 2017

น้ำพริกตาแดง

ส่วนผสมสำหรับน้ำพริกตาแดง

  • พริกแห้ง 8 เม็ด
  • หอมแดง 6 หัว
  • กระเทียม 4 หัว
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เนื้อปลาร้าสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อปลาย่าง 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำพริกตาแดง

  1. นำ หอมแดง และ กระเทียม ไปย่างไฟ และ นำใบตองห่อ ปลาร้า และ กะปิ ย่างไฟ
  2. เตรียมครก โขรก พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ ปลาร้า และ เนื้อปลาย่าง ให้ละเอียดเข้ากัน
  3. เสริฟน้ำพริกทานกับผักสด กับข้าว อาหารเหนือ เมนูสุขภาพ

เคล็ดลับการทำน้ำพริกตาแดง

  1. ปลาสำหรับนำมาทำน้ำพริก ใช้ปลาดุก นำปลาดุกไปล้างให้สะอาด และ นำไปย่างให้สุก นำมาแกะเนื้อปลาออก และนำไปทำน้ำพริก
  2. เครื่องเทศสำหรับนำมาโขรกน้ำพริก ให้นำ หอมแดง และ กระเทียม ไปย่างให้ร้อน หรือ นำไปคั่วในกระทะก็ได้ เคล้ดลับนี้ ช่วยให้ความหอม ของกระเทียมและหอมแดงออกมาอย่างเต้มที่ และ การที่กระเทียม และ หอมแดง โดนความร้อน จะทำให้ เพิ่มความหวานมากขึ้น
  3. การนำกะปิไปย่าง เพื่อให้ กะปิสุก และ ควาหอมของกะปิออกมาอย่างเต็มที่ และ อีกเคล้ดลับกนึ่ง คือ การทำให้กะปิสุก จะช่วยให้น้ำพริกบูดช้าลง สามารถเก็บได้นานขึ้น
  4. ผักสด สำหรับนำมาทานคูกับน้ำพริก สามารถเลือกใช้ตามใจชอบ แต่แนะนำให้นำผักไปแช่เย็น ผักสดเย็นๆ และกรอบ จะเพิ่มความอร่อยให้กับผักสดๆ

สูตรน้ำพริกตาแดง เป็น น้ำพริก ที่มี สมุนไพรต่างๆ มากมาก ประกอบด้วย หอมแดง กระเทียม และ พริก ซึ่งมีสรรพคุณ เช่น หอมหัวแดง ช่วยบำรุงเลือด ช่วยเจริญอาหาร บำรุงหัวใจ กระเทียม ช่วยบำรุงผิว ลดคอเรสเตอรรัล และ ลดไขมันในเลือด และ ช่วยลดความดันโลหิต ส่วน พริก สรรพคุณช่วยขับเหงื่อ ขับสารพิษต่างๆในร่างกายผ่านทางผิวหนัง ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

แกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน

ส่วนผสมสำหรับทำแกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน

  • ผักหวาน 1 กำ
  • เก็ดเผาะ 1 จาน
  • ผักติ้ว 1 จาน
  • ใบย่านาง 1 จาน
  • ข้าวเบือ 2 ช้อนโต้ะ
  • ไข่มดแดง 1 จาน
  • พริกสดบด 1 ช้อนโต้ะ
  • ตะไคร้ 1 ต้น หั่นเป็นท่อนพอคำ
  • หอมแดงบุบ 2 หัว
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำแกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน

  • เตรียมผักหวานและผักติ้ว โดย เด็ดเอาเฉพาะใบ จากนั้นนำไปล้างให้สะอาด เตรียมนำมาทำแกง
  • เตรียมน้ำแกงใบย่านาง โดยเอาน้ำเปล่ามาคั้นเอาน้ำของใบย่านาง จะได้น้ำสีเขียวๆ จากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบางให้สะอาด
  • ตั้งหม้อ ต้มน้ำใบย่านาง ให้เดือด จากนั้นใส่ หอมแดง และ ตะไคร้ ลงไปต้ม ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำปลาร้า และ น้ำตาล ชิมรสให้ได้ตามใจ
  • ใส่เห็ดเผาะลงไปต้ม เมื่อเห็ดสุก จึงใส่ ผักหวาน ผักติ้ว และ ไข่มดแดงลงไป
  • ขั้นตอนสุดท้ายใส่ข้าวเบือลงไป ต้มให้เหนียว ก็สามารถเสริฟใส่ชาม รับประทานได้

เคล็ดลับการทำแกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน

  1. ผักหวานให้เลือกใช้ผักหวานป่า เนื่องจากผักหวานป่าจะ อร่อย ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเหมือนผักหวานบ้าน การรับประทานผักหวานป่านั้น ให้ทานให้หมดเลย ไม่ควรเป็นค้างคืน เพราะผักหวานจะเฉา และ ไม่สามารถรับประทานได้
  2. ผักติ้ว ให้เลือกผักติ้วอ่อน โดยการสังเกตุผักติ้วอ่อน คือ ใบจะออกสีแดงน้ำตาล หากใบมีสีเขียวแสดงว่าใบแก่แล้วไม่น่ารับประทาน
  3. เห็ดเผาะ ให้เลือกใช้เห็ดเผาะป่า สีดำ ขนาดพอดี โดย ให้ล้างให้สะอาด เพราะ คราบดินที่เห็ดมีมาก เมื่อได้มาแล้ว ล้างให้สะอาก จากนั้นนำมาต้มก่อน จึงนำมาทำอาหาร
  4. ไข่มดแดง ไม่ควรเก็บไข่มดแดงค้างคืน เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ให้นำมาทำอาหารเลย จะได้รสชาติที่อร่อยกว่า โดยให้ล้างน้ำให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน
  5. ข้าวเบือ คือ การนำเอาข้าวสารข้าวเหนียว มาแช่น้ำก่อน 1 คืน และนำมาบดเอาแป้งจากข้าวเหนียว นำมาใส่แกง จะช่วยให้แกงมีความเหนียว และ เพิ่มความมันให้กับแกงทำให้น่ารับประทานมากขึ้น
  6. น้ำใบย่านาง เมื่อคั้นได้น้ำแล้ว อย่าลืมกรองเอาเศษสกปรกออก อย่าให้เจือปนสิ่งสกปรก
  7. สำหรับคนที่ชอบหน่อไม้ สามารถใส่หน่อไม้ลงไปด้วยได้ โดบให้เลือกใช้หน่อไม้อ่อน และ ต้มให้นุ่มก่อนนำมาใส่แกง

ลาบไก่เส้นบุก

ส่วนผสมสำหรับทำลาบไก่เส้นบุก

  • เส้นบุก ½ ถ้วย
  • เนื้ออกไก่สับ ½ ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
  • ข้าวคั่วบด 1 ช้อนชา
  • พริกป่น 1 ช้อนชา
  • ใบสะระแหน่ 5-10 ใบ
  • ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • หอมแดง ซอย 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำลาบไก่เส้นบุก

  1. ลวก เนื้ออกไก่ และ เส้นบุก ให้สุก จากนั้นพักไว้ก่อน
  2. นำ เนื้ออกไก่ลวก เส้นบุกลวก น้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา ข้าวคั่ว พริกป่น ใบสะระแหน่ ต้นหอมซอย และหอมแดงซอย นำมาผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน สามารถเสริฟรับประทานกับผักสด ข้าวสวยหรือข้าวเหนียวได้เลย  ลาบเส้นบุก ลาบไก่ใส่เส้นบุก ลาบไก่ เมนูไก่ อาหารคลีน

เคล็ดลับการทำลาบไก่เส้นบุก

  • เนื้อไก่ ใช้ เนื้อไก่ส่วนอก ซึ่งวิธีทำนั้น จะไม่สับเนื้อไก่ จะใช้วิธีการลวกและหั่นเป็นชิ้น
  • เนื้อไก่ ใช้ เนื้อไก่ที่สด ใหม่
  • ข้าวคั่ว สำหรับใส่ลาบ ให้ใช้ข้าวคั่วที่คั่วใหม่ๆวันต่อวัน จะได้ ข้าวคั่วกลิ่นหอม หากอยากเพิ่มความหอม ให้ใส่ตะไคร้ลงไปคั่วด้วย และบด ผสมกับข้าวคั่วเลย
  • พริกป่น ก็ต้องใช้ พริกป่น ทำเอง ป่นเอง

อกไก่ ถือเป็น อาหาร สำหรับคน ลดความอ้วน เนื่องจาก เป็นแหล่งโปรตีน เหมาะ สำหรับลดน้ำหนัก อกไก่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ดี เนื่องจากมี โปรตีนสูง และ ไขมันต่ำ สูตรลาบเส้นบุก วิธีทำลาบไก่เส้นบุก อาหารสุขภาพ เหมาะกับคนที่ ลดน้ำหนัก ลาบเส้นบุก เป็น เมนูอาหารคลีน ไม่มีไขมัน มีส่วนประกอบของ สมุนไพร ไม่ว่าจะเป็น บุก มะนาว หอมแดง สะระแหน่ และ พริก เมนูอาหาร เมนูไก่ กับข้าวจากไก่ ลาบทำอย่างไรให้อร่อย เคล็ดลับการทำลาบไก่ เมนูอร่อย เมนูที่ทำง่าย วิธีการทำไม่ซับซ้อน สำหรับควบคุมน้ำหนัก ต้องควบคุมความเผ็ด ให้พอดี ความเผ็ดไม่ดีต่อ ระบบการย่อยอาหาร ไม่ควรกินเผ็ด มากเกินไป

พวงนมหมูย่าง

ส่วนผสมสำหรับทำพวงนมหมูย่าง

  • พวงนมหมู แล่เป็นแผ่น ขนาดหนาประมาณ 1 นิ้ว สำหรับย่าง
  • นมสด 1 ถ้วยตวง
  • ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
  • รากผักชีบด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำพวงนมหมูย่าง

  • หมัก พวงนมหมู ด้วย นมสด รากผักชี กระเทียม พริกไทย ซอสปรุงรส ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาล
  • นวดให้เครื่องหมักซึมเข้าพวงนมหมูจนแห้ง จากนั้นนำไปแช่เย็น 3 ชั่วโมง ก็สามารถนำมาย่างได้
  • เตรียมเตาถ่านย่าง โดยใช้ไปย่างที่ปานกลาง ไม่แรง หรือ อ่อนเกินไป
  • นำพวงนมหมูลงไปย่างบนตะแกรง โดยกลับหน้าพวงนมหมู ทุก 5 นาที อย่าให้มีรอยไหม้
  • เมื่อพวงนมหมูสุดดีแล้ว ก็สามารถนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว และ ข้าวเหนียวร้อนๆ

เคล็ดลับการทำพวงนมหมูย่าง

  • การเลือกพวงนมหมู ให้เลือกพวงนมหมูที่สดๆ โดยการเลือกพวงนมหมูให้ดูสีของพวงนมหมูว่ามีสีสด ลักษณะของเนื้อแน่น ไม่มีสีคล้ำ
  • การล้างพวงนมหมูให้สะอาดจะทำให้ หมูไม่คาว เทคนิคการล้างหมูให้สะอาด ต้องล้างด้วยน้ำเกลือ
  • การหั่นพวงนมหมู ให้หั้นเป็นแผ่นความหนาพอดี ไม่หนา หรือ บางเกินไป เนื่องจาก หากหั่นหนา เวลาย่างจะสุดถึงด้านในยาก หากหั่นบางเกินไป ก้จะสุกเร็ว และ เนื้อน้อย ไม่น่ารับประทาน
  • เทคนิคการหมักหมู ให้ทำการนวดให้เครื่องหมักเข้าเนื้อ และ นำไปแช่เย็น จะทำให้เนื้อหมูมีรสชาติดี
  • การย่าง เทคนิคการย่างหมู ให้ใช้ไฟขนาดปานกลาง ไม่อ่อน หรือ แรงเกินไป
  • เทคนิคการทำให้หมูไม่ไหม้เวลาย่าง คือ การทากะทิ ที่ผิวของหมู จะทำให้หมูไม่ไหม้เกรียม เหมือนกับหมูสะเต๊ะ ที่ไม่มีรอยไหม้เกรียม เพราะว่าการทากะทิที่ผิวหมูเวลาย่าง นอกจากจะทำให้หมูไม่ไหม้ ยังทำให้หมูชุ่ม อร่อย
  • นมสด จะช่วยให้เนื้อหมูมีความนุ่มมัน เมื่อผสมกับส่วนผสมอื่นๆทำให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ่น
  • พวงนมหมูย่าง ต้องทานคู่กับ น้ำจิ้มแจ่ว โดย ส่วนผสมของน้ำจิ้มแจ่ว ประกอบด้วย น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ และ พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ

ต้มเค็มฟักหมูสามชั้น

ส่วนผสมสำหรับทำต้มเค็มฟักหมูสามชั้น

  • ฟักเขียว หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
  • หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 3 ช้อนโต้ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
  • รากผักชี พริกไทย โขรก 1 ช้อนโต้ะ
  • หอมแดงบุบ 3 หัว
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำเปล่า 2 ลิตร

วิธีทำต้มเค็มฟักหมูสามชั้น

  1. ตั้งหม้อต้ม ใส่น้ำมันลงไป จากนั้นใส่ รากผักชี และ พริกไทย โขรก ลงไปผัด ให้มีกลิ่นหอม
  2. จากนั้น ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปผัด ผัดให้น้ำตาลปี๊บเป็นสีน้ำตาล ขั้นตอนนี้ ต้องดูให้ดีอย่าให้น้ำตาลไหมเกินไป เนื่องจากจะทำให้เกิดรสขม
  3. จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไปผัด ใส่กะปิ ลงไป เติมน้ำเปล่านิดหน่อย เพื่อไม่ให้น้ำตาลแห้งไป ผัดให้หูมสามชั้นสุก
  4. ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง ซอสน้ำมันหอย ผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน
  5. ใส่หอมแดงลงไปผัดด้วย
  6. เติมน้ำลงไปในหม้อต้ม เคี้ยวให้หมูสามชั้นนุ่ม เมื่อหมูสามชั้นนุ่มได้ที่ ให้ใส่ ฟักเขียวลงไปต้ม
  7. ต้มจนฟักเขียวเริ่มใส ก็สามารถเสริฟ รับประทานได้

เคล็ดลับการทำต้มเค็มฟักหมูสามชั้น

  1. การเลือกฟัก ให้เลือกใช้ฟักแก่ จะได้มีเนื้อฟักเยอะๆ ให้ปลอกเปลือก และ ตัดส่วนเม็ดออก การเลือกซื้อฟักนั้น ให้เลือกฟักที่ผิวเขียว เรียบ แข็ง คั่วของฟักยังเขียวอยู่
  2. หมูสามชั้น ให้เลือกหมูสามชั้นที่ สด ใหม่ ให้สัดส่วนของ มันหมู 3 ส่วน และ เนื้อหมู 7 ส่วน เทคนิคการเลือก เนื้อหมูสามชั้นที่สด นั้น ให้ดูที่สีของเนื้อแดง และ มันหมูขาว ไม่มีสีเหลือง หรือ สีเขียวปน เวบาดมดูไม่มีกลิ่นเน่า
  3. การผัด รากผักชี และ กระเทียม จะช่วยให้ความหอมของรากผักชีและพริกไทยหอมขึ้นมา
  4. กะปิ ให้เลือกใช้กะปิอย่างดี แต่สำหรับเมนูนี้ไม่ต้องใส่กะปิมาก เพราะมีเครื่องปรุงหลายอย่างที่มีรสเค็ม
  5. หอมแดง ให้บุบเพื่อไม่ให้เนื้อหอมแดงและ เนื่องจากหอมแดงสำหรับเมนูนี้ จะช่วยลงกลิ่นของกะปิ และ ทำให้น้ำซุปมีความหวานกลมกล่อมมากขึ้น
  6. ขั้นตอนแรกในการเคี้ยวน้ำตาลนั้น ต้องการให้ได้สีดำของน้ำซุป แบบธรรมชาติ แต่การเคี้ยวน้ำตาล หากเคี้ยวนานเกินไป น้ำตาลจะไหม้ และให้รสขม ทำให้อาหารเสียรสชาติ แต่ถ้าเคี้ยวน้อยเกินไป จะได้สีน้ำตาล ทำให้น้ำแกงไม่น่ารับประทาน หลายคนแก้ปัญหาด้วยการใช้ ซอสดำ เติมลงไป เพื่อให้สีออกดำน่ารับประทาน แต่ซอสดำมีรสหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งจะกลบความหวานของน้ำตาลปี๊บลงไป การใช้เทคนิคการเคี้ยวน้ำตาลให้ดำให้รสชาติที่ดีที่สุด
  7. การต้มฟักกับหมูสามชั้นให้สุกพอดี นั้น เทคนิค คือ ให้ต้มหมูสามชั้นให้สุกได้ที่ก่อน ไม่ต้องให้หมูเละมาก และจึงใส่ฟักลงไปต้มตาม เมื่อฟักสุกได้ที่จึงจะทำให้หมูและฟักสุกพอดี

ยำเนื้อปูอโวคาโด

ส่วนผสมสำหรับทำยำเนื้อปูอโวคาโด

  • กรรเชียงปู 6-10 ขา
  • อโวลาโด (สุก) 1 ลูก
  • มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 1 ลูก
  • พริกชี้ฟ้าซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
  • หอมแดงซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • ผักชีซอย 1 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวนซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • แป้งข้าวโพดสำหรับทอด
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำนำเนื้อปูอโวลาโด

  1. เริ่มจากการเตรียมเนื้อปูก่อน โดย นำ กรรเชียงปูไปนึ่งให้สุก ก่อน จากนั้นเก็บกรรเชียงปูไว้สัก 6 ขา และ ที่เหลือให้แกะเนื้อปู สำหรับนำมาผสมน้ำยำ
  2. จากนั้น นำกรรเชียงปู ลงไปคลุกกับแป้งข้าวโพด และ นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้ปูมีความเหลืองกรอบ จากนั้นนำมาจัดจาน รอน้ำยำ
  3. เตรียมน้ำยำ โดย นำ พริกชี้ฟ้า กระเทียม และ เนื้อมะม่วงสุก ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว และนำมาปั่นในเครื่องปั่น ให้เป็นซอส จากนั้นให้กรองเอากากพริกและกระเทียมออก ให้เหลือแต่ซอส เราจะได้ซอสมะม่วงรสยำ ที่เนียนหอม
  4. เตรียมเนื้ออโวคาโด สับพอหยาบๆ ไม่ให้เละ หรือ ไม่ให้หนาเกินไป  ผสมกับ หอมแดง พริกขี้หนูสวน เนื้อปูนึ่ง และ น้ำซอสมะม่วง คลุกเคล้าเบาๆ ระวังอย่าให้อโวคาโดเละ เท่านี้เราก็ได้ น้ำยำ แสนอร่อยแล้ว
  5. นำ น้ำยำเนื้อปูอโวคาโด ราดบน กรรเชียงปูทอด ที่ได้เตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ จัดให้สวยงาม โรยด้วยผักชี และ พริกสด เมนูยำอโวคาโดเนื้อปู ก็เสร็จ พร้อมสำหรับ กับข้าว แบบง่ายๆ สำหรับวันนี้

เคล็ดลับการทำยำเนื้ออโวคาโด

  • เนื้อปู ให้เลือกใช้ส่วน กรรเชียงปู ซึ่งจะมีขาให้จับ และ มีเนื้อให้ทานแบบพอดี ที่สำคัญต้องเลือกปูที่สดๆ โดยสังเกตุจาก สีต้องขาว เนื้อแน่น ไม่มีสีคล้ำ และ ไม่มีกลิ่นเนา
  • ก่อนนำเนื้อปูมาทำอาหาร ให้ล้างให้สะอาด และ นำไปนึ่งให้สุกก่อน
  • อโวคาโด ให้เลือกอโวคาโดสุก โดยการสังเกตุอโวคาโดสุก ให้ดูที่จุกหัวของอโวคาโด จะหลุดออกง่าย
  • มะม่วง ให้เลือกใช้ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก เนื้อจะเนียน ความหวานพอดี
  • หอมแดง จะใช้การซอย หรือ สับก็ได้ ที่สำคัญ น้ำยำต้องได้สัมผัสของเนื้อหอมแดง จะได้ความอร่อย
  • น้ำยำมะม่วงให้ทำการกรองกากก่อน นำมาผสมกับ อโวคาโด และ หอมแดง เนื่องจาก พริกและกระเทียมจะมีกาก และเม็ด ที่เวลากินทำให้เสียรสชาติไป

ปลาทับทิมผัดขมิ้นขาว

ส่วนผสมสำหรับทำปลาทับทิมผัดขมิ้นขาว

  • เนื้อปลาทับทิม หั่นเป็นลูกเต๋า 1 ตัว
  • น้ำมันพืช สำหรับทอดปลา
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ขมิ้นเหลือง บด 2 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • ขมิ้นขาว ซอยเป็นเส้น 5 ช้อนโต้ะ
  • ต้นหอม ซอยหนาๆ 2 ต้น
  • พริกชี้ฟ้า ซอยเฉียงๆ 1 ช้อนโต้ะ
  • เห็ดหอม ซอยเป็นเส้น 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำปลาทับทิมผัดขมิ้นขาว

  • หมักเนื้อปลานิล กับ เกลือ ขมิ้นเหลือง และ กระเทียม จากนั้นนำมาคลุกกับแป้งข้าวโพด สำหรับนำไปทอด
  • ตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน ไฟปานกลาง นำเนื้อปลาลงไปทอด ให้เหลืองกรอบ จากนั้นนำมาพักให้ เนื้อปลาสะเด็ดน้ำมัน และ กรอบ
  • ตั้งกระทะน้ำมัน ใส่กระเทียม และ ขมิ้นขาวลงไปผัด ให้มีกลิ่นหอม จากนั้นปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และ น้ำตาล หากแห้งไป สามารถเติมน้ำเปล่าได้นิดหน่อย
  • จากนั้นใส่ เห็ดหอม พริกชี้ฟ้า และ ต้นหอมลงไปผัด
  • นำเนื้อปลาทับทิมทอด จัดใส่จาน และ ราดด้วยน้ำซอสที่ผัดไว้แล้ว เท่านี้ก็เสร์็จ เมนูปลาทับทิมผัดขมิ้นขาว

เคล็ดลับการทำปลาทับทิมผัดขมิ้นขาว

  • ปลาทับทิม ต้องเลือก ปลาตัวโตๆ ขนาด 500 กรัม เนื้อจะมากหน่อย ได้เนื้อมาก และ ต้องเลือกปลาที่สดใหม่ โดยการสังเกตุปลาทับทิมว่าสดใหม่ ให้ดูที่สีของเหงือก แดงสด เนื้อปลาแน่น ไม่ยุบ ไม่มีสีคล้ำ ไม่มีกลิ่นเน่า ตาใสไม่ขาวขุ่น
  • การล้างปลา เป็นขั้นตอนการเตรียมอาหารที่สำคัญมาก หากขั้นตอนนี้ ล้างปลาไม่สะอาด จะทำให้ปลาคาว กินไม่ได้ ต้องล้างปลาไม่ให้เหลือ เลือด และ เมือก เกาะที่ตัวปลา โดยเทคนิคการล้างปลา ให้ใช้เกลือในการล้างตัวปลา เกลือจะช่วยเกาะจับเมือกปลา ทำให้ล้างปลาได้สะอาด
  • การหั่นเนื้อปลา ให้หั่นเป็นท่อนขนาดหนาหน่อย หากหั่นบาง หรือขนาดเล็ก เนื้อปลาจะแตก
  • การทอดปลา ให้ใช้น้ำมันร้อน ไฟปานกลาง จะได้เนื้อปลาที่สุกและเหลืองกรอบ
  • เมนูนี้ ให้นำปลาไปทอดก่อน เนืี่องจากเนื้อปลาจะได้ไม่เละ หากนำไปผัด แต่ เราเสนอวิธีทำให้นำปลาไปทอด และ ผัดซอสต่างหาก และ ใช้การราดซอสลงไปบนปลาทอดแทน จะทำให้ได้ปลาที่กรอบ และซอสอร่อย ไม่เสียรสชาติ
  • ขมิ้นขาวหากใครชอบ ขมิ้นขาว แบบเป็นแผ่นบางๆ ก็สามารถปรับตามใจชอบได้ แต่สำหรับสูตรนี้ เราให้ขมิ้นขาวซอยเป็นเส้น
  • ต้นหอม ให้ใส่ลงไปผัดขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากต้นหอมสุกง่าย หากผัดมากเกินไป ต้นหอมจะเละไม่น่ารับประทาน